ผิวขาดน้ำ คืออะไร แก้ไขได้อย่างไร มีผลเสียอย่างไร

น้ำในผิวสำคัญอย่างไร`

“น้ำ” ถือว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จำเป็นในการดำรงชีวิตของมนุษย์เรา ร่างกายของคนเรานั้นประกอบไปด้วยน้ำ 2 ใน 3 ส่วน แน่นอนว่าส่วนประกอบและอวัยวะต่าง ๆ ของคนเรานั้นล้วนแล้วแต่มีน้ำเป็นส่วนประกอบสำคัญแทบทั้งสิ้น

ดังนั้นถ้าผิวของเราขาดน้ำก็จะทำให้ผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น ไม่สดใสเปล่งปลั่ง แต่งหน้าไม่ติด หรืออยู่ไม่ทน เพราะฉะนั้น คนที่มีผิวขาดน้ำจึงต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิว อาจเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกรดไฮยาลูโร วว่านหางจระเข้ กลีเซอรีน และสารสกัดจากทะเล ซึ่งจะช่วยเติมน้ำกลับเข้าสู่ผิว แล้วค่อยตามด้วยครีมบำรุงผิวทั่วไปที่ไม่หนักเท่ามอยเจอร์ไรเซอร์ก็ได้ หรืออีกหนึ่งวิธีที่เป็นที่นิยมก็คือ การใช้ผลิตภัณฑ์มาส์กหน้า ซึ่งก็สามารถช่วยให้ผิวกลับมาชุ่มชื้นได้เช่นกัน

ความแตกต่างของ ผิวแห้ง และ ผิวขาดน้ำ

คนที่มีสภาพ ผิวแห้ง คือ เกิดมาผิวก็แห้งเลย ไม่ต้องทำอะไรผิวก็แห้งอยู่แล้ว เนื่องจากต่อมไขมันผลิตน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวได้น้อยกว่าปกติ ไม่สามารถเก็บความชุ่มชื้นไว้ได้นาน สังเกตง่าย ๆ หลังล้างหน้าเสร็จผิวจะแห้งกร้าน หากไม่รีบทาครีมบำรุง อาจจะทำให้ผิวแห้งแตกเป็นริ้วรอยได้ แต่สำหรับผิวขาดน้ำ สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกสภาพผิว ไม่จำเป้นว่าต้องมีผิวแห้งเท่านั้น ผิวมัน ผิวผสม ก็สามารถเกิดสภาวะผิวขาดน้ำได้เช่นกัน

ผิวขาดน้ำ คือ การที่มีน้ำใต้ผิวน้อย ในขณะที่การผลิตน้ำมันจากต่อมไขมันยังอยู่ในระดับปกติหรือมากกว่าปกติ สังเกตได้จากหลังล้างหน้าใหม่ ๆ ผิวจะแห้งสาก พอทิ้งไว้สักพักก็จะกลับมามัน เกิดได้จากหลายสาเหคุ เช่น การดื่มน้ำน้อยเกินไป สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง พฤติกรรมต่าง ๆ อย่างการนอนหลับไม่เพียงพอ หรือการกินยาบางประเภท เป็นต้น

การดูแลผิวไม่ให้ ผิวขาดน้ำ

อย่านอนดึก

เรารู้ดีกันอยู่แล้วว่า พักผ่อนไม่เพียงพอไม่ดีต่อร่างกาย แน่นอนว่าไม่ดีต่อผิวคุณ สำหรับสาวขี้เกียจที่ไม่ชอบดูแลบำรุงผิวพรรณ ด้วยครีมหรือ เครื่องสำอาง หลายขั้นตอน ให้ใช้การพักผ่อน การนอน เป็นตัวหลักในการรักษาผิวพรรณจะดีกว่า เพราะการพักผ่อนอย่างเพียงพอจะทำให้ร่างกายได้มีการฟื้นฟูซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ส่งผลให้ผิวเราได้ฟื้นฟูอย่างเต็มที่ด้วยแล้ว ถ้านอนในห้องปรับอากาศ อย่าลืมที่จะเติมความชุ่มชื้นให้ผิวก่อนนอนด้วย

บำรุงผิวจากภายใน ดื่มน้ำให้มากขึ้น

การดื่มน้ำให้ได้วันละ 6-8 แก้ว เป็นการบำรุงจากภายในที่ทำได้ง่าย ๆ ได้ประโยชน์ทั้งร่างกาย เพราะน้ำเป็นส่วนประกอบของร่างกาย เฉลี่ย 50-60% ของน้ำหนักตัว วิธีคิดง่าย ๆ ว่าวันหนึ่งเราควรจะดื่มน้ำเท่าไร คิดง่าย น้ำหนักตัวเป็นหน่วยกิโลกรัม ไปคูณกับ 30 จะได้ปริมาณน้ำที่ควรดื่มต่อวัน ซึ่งมีหน่วยเป็น มิลลิลิตร เช่น [45 กิโลกรัม x 30 = 1,350 มิลลิลิตร หรือ 1.35 ลิตรต่อวัน] ยิ่งช่วงนี้อากาศร้อนยังกับอะไรดี หากขาดน้ำในช่วงที่อากาศร้อน ไม่เพียงแค่ผิวจะไม่สวยแต่อาจจะป่วยได้

บำรุงผิวจากภายนอก

ด้วยสารกลุ่มนี้มีคุณสมบัติในการจับกับน้ำ เช่น colloidal oatmeal, Amino Acid, Hyaluronic Acid, Sodium PCA, glycerin, น้ำผึ้ง, กรดแลคติก, collagen, จัดเป็นสารประเภท glycosaminoglycans ในธรรมชาติสารนี้พบได้ในชั้นหนังแท้ โดยสาร HA จะอุ้มน้ำได้ 1000 เท่า จึงทำให้ผิวหนังเด็กเต่งตึง แต่เมื่อวัยสูงขึ้น สาร HA ในชั้นหนังแท้จะลดลงทั้งคุณภาพและปริมาน ผิวหนังจึงเหี่ยวย่น ในครีมหรือโลชั่นผิวแห้งจึงนิยมผสมสาร HA เพื่อช่วยอุ้มน้ำในผิวหนังชั้นขี้ไคล เนื่องจากสารในกลุ่มนี้จะช่วยเพิ่ม น้ำให้กับผิวได้โดยตรง ทำให้ผิวเรียบนุ่มชุ่มชื้นโดยไม่เพิ่มความมัน

ใช้โทนเนอร์ที่มีคุณสมบัติ เติมน้ำให้ผิว ทันทีหลังล้างหน้า โดยต้องปราศจากแอลกอฮอล์

หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอม สังเคราะห์หรือน้ำหอมจากพืช

ทาครีมกันแดดประสิทธิภาพสูงทุกวัน ทั้งผิวหน้า ผิวกาย แม้ไม่ได้ออกจากบ้าน

สรุป

ผิวขาดน้ำนั้นแก้ง่าย ๆ วิธีที่ง่าย และตรงจุดที่สุด ก็ให้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าที่เป็นการเติมน้ำให้กับผิว เพิ่มความชุ่มชื้น นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และเป็นเวลา และดื่มน้ำให้เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ น้ำที่ดื่ม อาจจะเป็น น้ำแร่ หรือน้ำอัลคาไลน์ จะช่วยทำให้ร่างกายและผิวพรรณ สดชื่น เพื่อฟื้นฟูผิวบ้างไรบ้าง เท่านี้ต่อให้จะร้อนแค่ไหน อากาศแห้งเท่าไร ผิวเรา ก็เอาอยู่แน่นอน